14 ข้อควรรู้
เรื่องรอบตัว

14 ข้อควรรู้ เมื่อต้องเลือกรับประทานผักผลไม้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ในบทความนี้ เรามีเคล็ดลับในการเลือกรับประทานผักผลไม้มาฝากเพื่อน ๆ ถึง 14 ข้อกันเลยทีเดียว เพื่อให้เราเลือกรับประทานผักผลไม้ได้อย่างพอเหมาะ เหมาะสม และมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างสูงสุด ไปดูกันเลยว่า 14 ข้อควรรู้ เมื่อต้องเลือกรับประทานผักผลไม้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด มีเรื่องอะไรที่เราต้องควรรู้ เมื่อต้องเลือกรับประทานผักผลไม้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ไปเลยค่า

14 ข้อควรรู้ เมื่อต้องเลือกรับประทานผักผลไม้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

14 ข้อควรรู้ ผักผลไม้

     1. ควรเลือกรับประทานผักผลไม้ให้หลากหลายสีสัน หรือรับประทานให้ครบทั้ง 5 สี เพราะผักผลไม้แต่ละสีจะมีคุณค่าทางอาหารที่แตกต่างกันออกไป ไม่ควรรับประทานผักผลไม้ซ้ำ ๆ เดิม ๆ นอกจากจะจำเจแล้ว ยังทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่หลากหลายอีกด้วยค่ะ

     2. ควรเลือกรับประทานผักผลไม้โดยดูจากความหวานค่ะ โดยเลือกรับประทานชนิดที่มีรสหวานจัด หวานปานกลาง และหวานน้อยสลับกันไปนะคะ ไม่ทานอย่างใดอย่างเดียว เพื่อไม่ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากจนเกินไป และอาจจะทำให้เสี่ยงโรคได้อีกด้วย

     3. เปลือกของผลไม้บางชนิดมีประโยชน์มากนะคะ ไม่ควรปอกทิ้ง  เช่น เปลือกแอปเปิ้ล เพราะเปลือกแอปเปิ้ลแดง มีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่ากับวิตามินซี 820 มิลลิกรัมเลยทีเดียว หรือเปลือกมันฝรั่งที่อุดมด้วยใยอาหารและแร่ธาตุบางชนิดมากกว่าเนื้อมันฝรั่งอีกค่ะ

     4. ควรนำมาล้างให้สะอาดก่อนนำผักผลไม้มารับประทานนะคะ เพื่อลดปริมาณสารพิษตกค้างในผักผลไม้ และให้เรามั่นใจว่าจะความปลอดภัยจากสารเคมีต่าง ๆ รวมถึงยาฆ่าแมลงด้วย

     5. เลือกรับประทานผักผลไม้ตามกรุ๊ปเลือดที่เหมาะสมกับร่างกายตัวเอง เพราะแต่ละกรุ๊ปเลือดมีความแตกต่างในการรับประทานค่ะ

     + กรุ๊ป A – จะมีปริมาณกรดในกระเพาะต่ำ ระบบย่อยทำงานไม่ดีเท่าที่ควร คนกรุ๊ปนี้ไม่เหมาะกับอาหารจำพวกเนื้อหรือนม แต่เหมาะกับอาหารมังสวิรัติจำพวกผักผลไม้ และควรเลือกรับประทานผักผลไม้ที่ช่วยเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร เช่น สับปะรด เชอร์รี่ เป็นต้น

     + กรุ๊ป B – มีร่างกายมีระบบย่อยดี แต่เผาผลาญได้ไม่ดี ทำให้อ้วนได้ง่าย และมักมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี เป็นภูมิแพ้ หรือเป็นหวัดได้ง่าย และมักปวดตามข้อ ควรรับประทานผลไม้ที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย เช่น กล้วย มะละกอ องุ่น เป็นต้น

     + กรุ๊ป O – กระเพาะอาหารจะมีกรดในปริมาณมาก เหมาะกับการย่อยเนื้อสัตว์ แต่ระบบเผาผลาญไม่ดี ทำให้อ้วนได้ง่ายเช่นกันกับกรุ๊ป B ควรรับประทานผลไม้ที่มีความเป็นกรดน้อย เพื่อช่วยสร้างสมดุลในกระเพาะได้ โดยจะไม่ทำให้กระเพาะเกิดการระคายเคือง เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่าง ๆ และเกรปฟรุต เป็นต้น

     + กรุ๊ป AB – มักมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน และมีกรดในกระเพาะต่ำ ควรรับประทานผักผลไม้ และเนื้อให้มีความสมดุลกัน เพื่อช่วยรักษาสมดุลในกระเพาะอาหาร เช่น พลัม สับปะรด ส้มโอ องุ่น และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นต้น

14 ข้อควรรู้ ต้องเลือกดีๆ

     6. ควรรับประทานผักให้มากกว่าผลไม้ โดยสัดส่วนของการรับประทานผักผลไม้ต่อวัน คือ ให้รับประทานผัก 3 ส่วน และผลไม้อีก 2 ส่วน

     7. ผักผลไม้บางอย่างอาจมีสารพิษในตัวมันเอง ถ้ารับประทานในปริมาณน้อยก็อาจจะไม่ก่อให้เกิดพิษ แต่หากรับประทานในปริมาณมากอาจจะเป็นพิษได้ หรือบางชนิดก็รับประทานแบบดิบ ๆ ไม่ได้ ต้องนำมาทำให้สุกหรือผ่านกระบวนการให้ความร้อนเสียก่อน สารพิษจึงจะสลายตัว

     8. ผักผลไม้บางชนิดอาจมีสารหรือแร่ธาตุบางชนิดในปริมาณสูง อาจก่อให้เกิดโทษกับผู้ป่วยโรคเรื้อรังบางโรคได้ เช่นนั้นแล้วผู้ป่วยเรื้อรังควรพึงระวังในการบริโภคผักผลไม้ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักผลไม้ที่มีกรดออกซาลิกสูง (Oxalic acid) ผู้ป่วยธาลัสซีเมีย ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง หรือผู้ป่วยโรคไทรอยด์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานกะหล่ำปลี

     9. ผักผลไม้ทุกชนิดมีสารอาหารสำคัญที่แตกต่างกัน ไม่มีผักผลไม้ใดเป็นผักผลไม้ที่ดีที่สุด เพราะสารสำคัญในผักผลไม้ชนิดต่าง ๆ จะทำงานออกฤทธิ์ส่งเสริมเกื้อหนุนกัน

     10. การรับประทานผักสุกหรือผักดิบ ขึ้นอยู่กับชนิดของผัก ผักบางชนิด หากเป็นผักสุกอาจจะทำให้สูญเสียวิตามินบางชนิดได้ ผักบางชนิดเองหากรับประทานแบบสุกก็จะมีประโยชน์มากกว่า แต่บางคนอาจประสบปัญหาท้องผูกจากการรับประทานผักดิบได้ หรือมีอาการท้องเสียเพราะล้างผักไม่สะอาด เพราะเช่นนั้นควรล้างผักให้สะอาดก่อนรับประทานเสมอ

ผักผลไม้

     11. น้ำผักผลไม้จะไม่มีกากใยอาหารเหมือนกับการรับประทานแบบสด ๆ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้รับประทานผักผลไม้สดเป็นประจำก็อาจจะดื่มน้ำผักผลไม้แทนบ้างบางครั้งก็ได้ แต่ถ้าจะดื่มน้ำผักผลไม้ให้ดี ควรคั้นดื่มเอง เพราะน้ำผักผลไม้สำเร็จรูปจะมีปริมาณของน้ำตาลที่สูง

     12. ผักผลไม้แห้งบางอย่างที่เติมเกลือ อาจจะมีผลต่อโรคความดันโลหิตสูงได้ จึงควรรับประทานแต่น้อย ส่วนผักผลไม้แห้งที่ใส่น้ำตาลจะให้พลังงานสูงกว่าผักผลไม้สดประมาณ 1 เท่าตัว แต่หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปก็จะทำให้อ้วนได้

     13. การรับประทานผักผลไม้แช่แข็ง ควรเลือกผักผลไม้กระป๋องชนิดที่ไม่เติมเกลือและน้ำตาล หรือเลือกชนิดที่ใส่สารแต่งเติมให้น้อยที่สุด ส่วนผักผลไม้แช่แข็งก็ต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสมเท่านั้น เพราะกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสามารถรักษาคุณค่าทางโภชนาการเอาไว้ได้ แต่ก็อาจทำให้สูญเสียวิตามินบางชนิดไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเสื่อมคุณภาพเสียทีเดียว

     14. ผักผลไม้แปรรูปที่อยู่ในรูปของอาหารเสริมหรือสารสกัด ไม่สามารถทดแทนการรับประทานผักผลไม้สดได้นะคะ เพราะผักผลไม้สดจะมีทั้งกากใบ วิตามิน และเกลือแร่มากมายหลายชนิด

     และนี่ก็เป็น 14 ข้อควรรู้ เมื่อต้องเลือกรับประทานผักผลไม้ให้ได้ประโยชน์สูงสุดค่ะ เพื่อให้ร่างกายของเราได้รับประโยชน์อย่างครบถ้วนจากการทานผักผลไม้ค่ะ และที่สำคัญเลย เราต้องใส่ใจในเรื่องการทำล้างทำความสะอาดผักผลไม้ด้วยนะคะ เพื่อลดสารพิษตกค้างที่อาจจะเข้าไปสะสมในร่างกายของเราได้ค่ะ

นอกจากการเลือกทานผักผลไม้เพื่อให้เกิดประโยชน์แล้ว อย่าลืมใส่ใจ เครื่องใช้ไฟฟ้า ภายในบ้านของเราด้วยนะคะ เพราะหากเราไม่ดูแล ใส่ใจในความสะอาด อาจจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพของเราได้นะคะ

และเรายังมีเคล็ดลับที่จะช่วยให้คนที่ชอบเล่น เกมสล็อต สามารถทำกำไรจากการเล่นได้ง่าย ๆ  และพิชิตเงินรางวัลจากเกมสล็อตไปจนเต็มกระเป๋าอีกด้วยค่ะ